Surgery in Risk ศัลยกรรมความงามกับความเสี่ยง

เรื่องของความสวยไม่มีใครห้ามกันได้ถ้าสาว ๆ อยากจะสวยด้วยมีดหมอหรือด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น การทำศัลยกรรมริมฝีปาก จมูก เต้านม ฯลฯ

Surgery in Risk ศัลยกรรมความงามกับความเสี่ยง
“เรื่องของความสวยไม่มีใครห้ามกันได้ถ้าสาว ๆ อยากจะสวยด้วยมีดหมอหรือด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น การทำศัลยกรรมริมฝีปาก จมูก เต้านม ฯลฯ ซึ่งเรามักเห็นโฆษณากันมากมาย แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อทำแล้วจะสวยหรือจะเสี่ยงแค่ไหน”
บางครั้งความฝันกับความจริงก็ต่างกันสุดขั้ว โดยเฉพาะการทำศัลยกรรมความงามที่สาว ๆ หลายคนวาดฝันที่จะสวยเร็วทันใจเหมือนเสกด้วยมีดหมอ แต่บางครั้งอาจเสี่ยงกับการเสียสวยก็เป็นได้ ฉะนั้นเราจึงมีข้อพิจารณาให้คุฯตรึกตรองให้ดีก่อนตัดสินใจตบเท้าเข้าคลินิกเสริมความงาม
เลือกศัลยกรรมแพทย์ตกแต่ง
สิ่งแรกก่อนที่จะตัดสินใจทำศัลยกรรมความงามก็คือ จะต้องเลือกศัลยแพทย์พลาสติกที่มีความเชี่ยวชาญและมากด้วยประสบการณ์ ควรตรวจสอบดูว่าศัลยแพทย์ท่านนั้นเป็นสมาชิกของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทยหรือไม่ ผ่านการศึกษาด้านศัลยกรรมพลาสติกมาแล้วเป็นเวลา 5 ปี และผ่าตัดทำศัลยกรรมพลาสติกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ราย
ปรึกษาแพทย์และขอคำแนะนำ
น่าเสียดายที่ไม่ค่อยมีข้อมูลเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมความงามมากนัก ผู้บริโภคส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่หลากหลายในแวดวงศัลยกรรมความงาม ดังนั้นหากคุณคิดที่จะขึ้นเขียงให้มีดหมอช่วยทำสวยให้ก็ควรได้รับคำปรึกษาและข้อแนะนำจากศัลยแพทย์พลาสติกเสียก่อน นอกจากนี้ในวันนัดทำศัลยกรรมก็ควรพาเพื่อนหรือคนที่ไว้ใจได้ไปด้วยเพื่อจะได้แน่ใจว่าหากมีข้อผิดพลาดจะได้มีผู้ช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้คุฯได้ทันการ สิ่งสำคัญคือ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้าด้วยว่าคุณมีโรคประจำตัวอะไรบ้าง กินยาอะไรอยู่ สูบบุหรี่ หรือเปล่าคุณควรปรึกษาแพทย์พลาสติกท่านนั้นเชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษและแพทย์จะต้องอธิบายความเสี่ยงให้คุณทราบด้วย นอกจากนี้คุณต้องให้เวลาตัวเองในการคิดตัดสินใจประมาณ 24ชม. ก่อนที่จะสวยด้วยมีดหมอเพราะคุณอาจเปลี่ยนใจหรืออาจขอคำปรึกษาจากศัลยแพทย์พลาสติกคนที่สอง
ข้อตกลงระหว่างคนไข้และแพทย์
คุณควรตกลงกับศัลยแพทย์พลาสติกด้วยลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับราคาและการรักษา รวมทั้งการแก้ไขหลังการผ่าตัด เช่น แผลเป็นหรือรอยบุ๋มหลังการดูดไขมัน อ้วนล้นหลาม...ดูดไขมันแก้ปัญหา ? คงไม่มีแพทย์คนใดทำการดูดไขมันให้กับคนไข้ที่มีน้ำหนักเกินล้อหลามส่วนใหญ่การดูดไขมันมักทำกับผู้ที่มีไขมันส่วนเกินเฉพาะส่วน เช่น ต้นขา ต้นแขน สะโพก แต่ก็มีข้อจำกัดในการดูดไขมันว่าดูดได้ปริมาณครั้งละเท่าไหร่ แพทย์ที่ดีจะแก้ไขแผลเป็นและรอยบุ๋มที่อาจเกิดขึ้นได้
Facelift
นวัตกรรมใหม่ ๆ สามารถช่วยให้ใบหน้าเต่งตึง และลงลึกไปถึงเซลล์เนื้อเยื่อและเซลล์ไขมัน เช่น กล้ามเนื้อ ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ด้านศัลยกรรมพลาสติกที่ช่วยให้ใบหน้าเต่งตึงอ่อนเยาว์ได้นานขึ้นโดยการผ่าตัด แต่ก็มีข้อเสี่ยงกับความเสียหายของกล้ามเนื้อและแผลเป็นเล็กน้อย ดังนั้นศัลยแพทย์พลาสติกจึงอาจจะแนะนำให้ยกกระชับใบหน้าด้วยการผสมผสานการรักษาเฉพาะจุด อย่างเช่น การฉีดสารลดริ้วรอย กระชับหน้าผากและการแก้ไขหนังตาที่หย่อนคล้อยหรือด้วยนวัตกรรมใหม่ล่าสุดด้วยเลเซอร์ Acculift ซึ่งเป็นการผ่าตัดด้วยเลเซอร์โดยไม่ต้องลงมีดกรีดแผลในกรณีที่ผิวหนังหย่อนไม่มาก
ศัลยกรรมเต้านม
ปัจจุบันมีการใช้เจลซิลิโคนแทนการใช้ถุงเกลือหรือไฮโดรเจล ซึ่งเจลซิลิโคนนี้มีความหยืดหยุ่นคล้ายกับเซลล์เต้านม และไม่ฉีกขาดง่าย เหมือนซิลิโคนน้ำและไม่ไหลเข้าไปในเซลล์ แต่ต้องปรึกษากับแพทย์ให้แน่ใจว่าจะไม่มีปัญหากับความรู้สึกที่หัวนมในภายหน้าถ้าคุณจะมีบุตรและท่อน้ำนมไม่อุดตันเมื่อคุณต้องให้นมบุตร
การรักษาผิว
การฉีดสาร Botolinum Toxin หรือฟิลเลอร์เพื่อลดเลือนริ้วรอยและการกรอผิวหน้าไม่ใช่ว่าจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงต้องได้รับ การรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น อย่างเช่น สาร Botolinum Toxin ที่ฉีดเข้าไปจะช่วยให้ใบหน้ากระชับและตึงขึ้น แต่มันก็อาจทำให้ใบหน้าแสดงอาการไม่ได้เหมือนเป็นอัมพฤก น้ำตาไหล พูดไม่ได้ หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นก็จะต้องรอให้สารหมดฤทธิ์ประมาณ 3 – 6 เดือน ส่วนสารลดริ้วรอยบางชนิด เช่น ซิลิโคน จะไม่สามารถแก้ไขได้เพราะมันจะติดแน่นในร่างกายจนยากที่จะกำจัดออก ในขณะที่การฉีดด้วยไขมันของตัวเอง กรด Hyaluronic หรือคอลลาเจนร่างกายสามารถขจัดออกได้ การฉีดสารลดริ้วรอยชนิดต่าง ๆ ดังกล่าวสามารถคงอยู่ได้ประมาณ 12 – 18 เดือน แต่การฉีดไขมันของตัวเองจะคงสภาพเหลืออยู่ประมาณ 40 – 60 %
ที่มาข้อมูล : หนังสือ Cosmetic No.14 April 2010

ข่าวอื่นๆ